“ทวี สอดส่อง” ฟาด 5 ใน 7 กกต. มีผลประโยชน์ทับซ่อน มีที่มาจาก สว.สีน้ำเงิน ไล่กลับไปทำรายงานฉบับใหม่

Share it with your friends Like

Thanks! Share it with your friends!

Close

‘ทวี’ ไล่ กกต. กลับไปทำรายงานฉบับใหม่ เหตุข้อมูลไม่ตรง ซัด 5 ใน 7 มีผลประโยชน์ทับซ้อน มีที่มาจาก สว. ชุดปัจจุบัน

วันนี้ (16 ก.ย. 69) ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วาระรับทราบรายงานผลปฏิบัติการคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 และประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ที่มีนายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาฯ คนที่ 2 ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม

พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ อภิปรายว่าส่วนตัวขอให้ กกต. กลับไปทำรายงานฉบับใหม่ เพราะรายงานฉบับปี 2567 ท่านจัดพิมพ์เมื่อเดือน ก.ย. 2568 ส่วนฉบับปี 2568 เพิ่งทำเมื่อเดือน ส.ค. 69 ซึ่งพบว่ามีข้อมูลที่ไม่ตรงกัน หากยังปล่อยให้รายงานนี้มาด้อยค่าสภาฯ ตนเองมองว่าไม่น่าจะเหมาะสม

สำหรับการดำเนินการสืบสวน ไต่สวน และดำเนินคดี เป็นหน้าที่ของ กกต. แล้ว แต่ปรากฏว่าท่านไม่ทำตามกฎหมายที่ระบุไว้ว่าต้องตั้งเรื่องสอบสวนโดยเร็ว แต่ปรากฏว่าเลขาธิการ กกต. ไปเบิกความที่ศาลรัฐธรรมนูญว่า เลือก สว. วันที่ 26 มิ.ย. 67 แต่มารับเรื่องไว้พิจารณาเมื่อวันที่ 18 มี.ค. 68 ห่างจากวันเลือก 10 เดือน ทั้งที่มีผู้ร้องทันทีในวันนั้น ซึ่งถือเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย ปล่อยปละละเลยกระทบความเชื่อมั่นต่อประชาชน

ส่วนที่ประธาน กกต. ระบุว่าในคดีนี้มีการพิจารณาแยกส่วน ขอยืนยันว่าไม่สามารถแยกส่วนได้ เพราะตามกฎหมายได้กันผู้ร่วมกระทำผิดเป็นพยาน หากพิจารณาแยกส่วนจะเป็นการขัดเจตนารมณ์ที่ต้องการให้บุคคลที่ถูกกันเป็นพยาน ให้การถึงตัวผู้สั่งการและผู้ที่ทำให้เกิดการฮั้ว สว.

พ.ต.อ. ทวียังกล่าวถึงพยานรหัสที่ 21/26 ซึ่งเป็นผู้ที่ได้รับคะแนนสูงสุด 68 คะแนน ซึ่งเป็นบุคคลที่อยู่ในโพยด้วย โดยเรื่องใหญ่ที่สุดคือความไม่เชื่อมั่นต่อ กกต. เพราะ กกต. 5 คนจาก 7 คน ถือว่าเป็นผู้มีผลประโยชน์ทับซ้อน เนื่องจากมีผู้ที่ สว. ชุดนี้เลือกมาด้วย

  • Rating:
  • Views:62,896 views
  • Tags: -
en_GBEnglish